KEYMAN PROTECTION
สวัสดิการคุ้มครองชีวิตให้กรรมการด้วยเงินของนิติบุคคล
ประกัน KEY MAN เพื่อคุ้มครองบุคคลสำคัญและประหยัดภาษี บริษัท
ท่านเห็นด้วยไหมว่า….หัวใจที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้ที่ทำเงินให้กับธุรกิจของท่าน นั่นก็คือกลุ่ม KEY MAN คู่หูและมือซ้ายมือขวา ในบริษัทท่านนั่นเอง ซึ่งหากบุคคลเหล่านี้เกิดอะไรขึ้น จะมีผลกระทบกับธุรกิจของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย… อย่าปล่อยให้โอกาสในการลงเงิน เพื่อคุ้มครองคีย์แมน พร้อมรับผลประโยชน์ตอบกับในรูปแบบภาษี ลอยนวน (สำหรับ บริษัทฯ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน กิจการร่วมค้า มูลนิธิหรือสมาคม) บางบริษัทประหยัดได้ 15 ล้านบาทต่อปี
บริษัทฯ มีสิทธิ์นำเงินออมที่ออกให้นั้น มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ทั้งหมดไม่จำกัด โดยไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร
ถือเป็นโอกาสดีที่ทางบริษัทฯ ประหยัดเงินทุนหมุนเวียนได้ปีละ หลายล้านบาท ซึ้งถูกต้องตามกฎหมาย สรรพากรยอมรับ และไม่มีความเสี่ยงเพราะมีกรมธรรม์ที่ถูกควบคุมโดยกฎหมายของกรมการประกันภัย ที่จะต้องจ่ายเต็มตามเงื่อนไขที่ระบุ เมื่อเทียบกับการนำเงินฝากธนาคารแล้ว ให้ผลตอบแทนสูงกว่าหลายเท่า การฝากเงินกับธนาคารปัจุบันถือว่ามีความเสี่ยง เพราะกฎหมายใหม่ที่ออกมา รัฐบาลค้ำประกันแค่ไม่กี่ล้านเท่านั้น แถมผลตอบแทนก็ต่ำ และไม่มีผลประโยชน์ทางด้านประหยัดภาษี
ประโยชน์ของการทำประกันบุคคลสำคัญ (Keyman Life Insurance Benefits)
การทำประกันบุคคลสำคัญ (Keyman Life Insurance) เป็นการบริหารภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยใช้ช่องทางของกฎหมายภาษีอากร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางภาษีของบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลโดยผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต
เราคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เปลี่ยนภาษีให้เป็นรายได้ เปลี่ยนรายจ่ายให้เป็นเงินออม” กันมาบ้างแล้ว อธิบายง่ายๆ ก็คือ นำค่าเบี้ยประกันของกรรมการหรือคีย์แมนมาหักเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งบันทึกเป็นรายจ่ายของนิติบุคคล ทำให้กำไรสุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษีลดลง ทำให้บริษัทเสียภาษีกำไรสุทธิลดลง และเนื่องจากเบี้ยประกันเป็นรายจ่ายสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิต ซึ่งเป็นรูปแบบเงินออมอย่างหนึ่ง เงินที่ได้รับจากกรมธรรม์ได้รับการยกเว้นภาษี (ตามประมวลรัษฎากร ม.42 (13)
ด้านการวางแผนการเงิน
- ปลดภาระหนี้สินของบริษัท เพื่อไม่ให้เป็นภาระของครอบครัว
- ปลดภาระของหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันการกู้ยืม
- การค้ำประกันเงินกู้ของกรรมการ
- เป็นสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยโรคร้ายแรง อุบัติเหตุที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก
- ลดความกังวลยามเจ็บป่วย (ตัวเอง ครอบครัว เจ้าหนี้การค้า)
- เป็นแหล่งเงินทุนสำรองเมื่อจำเป็นต้องใช้เงิน
- เป็นกองทุนเกษียณอายุ
วางแผนมรดก
- เตรียมเงินสดฉุกเฉินสำหรับครอบครัว พร้อมๆ ไปกับการสร้างหลักทรัพย์อื่นๆ
- พินัยกรรมเงินสด ใช้เงินก้อนเล็กรับประกันเงินสดก้อนโตให้ครอบครัว
- ปลดภาระหน้สินหรือเป็นค่าใช้จ่ายประจำของครอบครัวยามสูญเสียผู้นำครอบครัว
วางแผนภาษี
- เปลี่ยนเงินภาษีของกำไรให้กลายเป็นเงินออมหรือความคุ้มครองของเจ้าของกิจการ ถูกต้องตามกฏหมาย เรียกว่า วางแผนทางภาษี มิใช่หลบภาษี ซึ่งเป็นรายจ่ายของนิติบุคคลที่หักเป็นรายจ่ายได้ทั้ง 100% อย่างถูกต้องตามหลักบัญชี และกฎหมายประมวลรัษฎากรทุกประการ
- เปลี่ยนภาษีเป็นเงินได้ เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินออม (เงินได้ส่วนบุคคล/ ภาษีนิติบุคคล)
- ลดปัญหารายจ่ายต้องห้าม กำไรสะสม เงินกู้ยืมกรรมการ
แต่นอกเหนือจากผลประโยชน์ในรูปตัวเงินแล้ว หัวใจที่สำคัญที่สุดก็คือ ” ผู้ที่ทำเงินให้กับธุรกิจของท่าน นั่นก็คือกลุ่ม KEY MAN คู่หูคู่ใจและมือซ้ายมือขวา ในบริษัทท่านนั่นเอง ซึ่งหากบุคคลเหล่านี้ เกิดอะไรขึ้น จะมีผล กระทบกับธุรกิจของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…. อย่าปล่อยให้โอกาสในการลงเงินเพื่อคุ้มครอง ” คีย์แมน ” พร้อม รับผลประโยชน์ตอบกลับในแง่ของภาษี กลับคืนสู่บริษัทของท่าน” อย่าทำเงินร่วงหล่นหาย
โครงการ ” MY EXECUTIVE PLAN ”
สร้างสวัสดิการคุ้มครองชีวิต ให้กรรมการขององค์กร
จุดประสงค์ของโครงการนี้คือ การสร้างสวัสดิการให้กับกรรมการของบริษัท หรือบุคคลสำคัญ ให้ได้รับการดูแลจากนิติบุคคล เป็นผู้ชำระเบี้ยให้กรรมการทุกคน เพื่อเป็นการทั่วไป และนำใบเสร็จจากกรมธรรม์ประกันชีวิต มาบันทึกเป็นรายจ่าย ของบริษัท ตามมาตร 65 ตรี(3)และ(13) แห่งประมวลรัษฎากร
จุดเด่นของโครงการนี้ คือ การสร้างรายจ่ายที่คุ้มค่าที่สุด โดยเปลี่ยนภาษีเป็นเงินได้ เปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินออม กล่าวคือเป็นค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล แต่เนื่องจากประกันชีวิต เป็นรูปแบบเงินออมอย่างหนึ่ง ซึ่งจะได้คืนในภายหลัง และเงินที่ได้รับจากกรมธรรม์ยังได้รับการยกเว้นภาษี
เนื่องจากเป็นสวัสดิการที่มอบให้พนักงานเป็นการจ่ายเงินออกจากนิติบุคคล และผู้รับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ผลประโยชน์ที่ผู้รับจะได้รับในภายหน้า จะได้รับการยกเว้นไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากโครงการนี้มีความคุ้มค่ามากกว่าอย่างแน่นอน
……………………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่าง บริษัท ก.หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว มีกำไรปีละ 10,000,000 บาทต้อง เสียภาษี 20 % คือ 2,000,000 บาท
ทางเลือกที่ 1 กรณีกรรมการไม่ทำอะไร นิติบุคคลก็ต้องเสียภาษี คือ 2,000,000 บาท
หาก เสียชีวิต ทั้งนิติบุคคลหรือครอบครัวกรรมการ ไม่มีความคุ้มครองใดๆ เลย
…………………………………………………………………………………………………………………
ทางเลือกที่ 2 กรณีเข้าโครงการ MY EXECUTIVE PLAN
ด้วยการซื้อกรมธรรม์ เป็นสวัสดิการให้กรรมการ ค่าเบี้ย 1,000,000 บาท ผลที่ตามมา
- นิติบุคคลได้ค่าลดหย่อน 1,000,000 บาท ทำให้กำไรเหลือ 9,000,000 บาท
- นิติบุคคลจ่ายค่าภาษีให้กรรมการ ในส่วนของรายได้จากสวัสดิการ 25% คือ 250,000 บาท ทำให้นิติบุคคลกำไรเหลือ 8,750,000 บาท
- คำนวณภาษีนิติบุคคลจากกำไร 8,750,000 บาท ภาษี 20% คือ 1,750,000 บาท ประหยัดภาษี ได้ 250,000 บาท
สรุป กรณีกรรมการสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ MY EXECUTIVE PLAN
1.นิติบุคคลเสียภาษีลดลง 250,000 บาท
2.กรรมการมีทุนประกันชีวิต 20,000,000 บาท
หากเสียชีวิต เป็นมรดกให้ทายาทรับเงิน 20,000,000 บาท หรือ อยู่ครบสัญญา ได้รับเงินทั้งหมดพร้อมเงินปันผล
การเลือกทำโครงการนี้ จึงให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าสำหรับนิติบุคคลทำให้ เสียภาษีลดลง และยังสร้างความมั่นคงให้ทั้งกรรมการและทายาท ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสรรพกรและมีมาตรฐานการบัญชีรองรับความถูกต้อง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โทร 087-6743994 , 094-9461946